home history story map discovery geographic oldobject activities travel
 


      ลักษณะภูมิประเทศ แหล่งโบราณคดีตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่ม ในช่วงฤดูฝนอาจจะมีน้ำท่วมขัง บริเวณโดยรอบ แต่บริเวณ
ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกลุ่มโบราณสถาน มีลักษณะคล้ายคันดิน กั้นระหว่างพื้นที่ลุ่มที่อยู่ด้าน ทิศตะวันออก
และพื้นที่ในเขตโบราณสถาน จึงอาจเป็นไปได้ว่า มีการสร้างคันดินขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมโบราณสถานในช่วงฤดูฝน
ดังนั้นจึงจะเห็นความแตกต่าง ของพืชซึ่งตั้งอยู่อยู่นอกแนวคันดิน และพืชทางทิศตะวันตกได้อย่างชัดเจน

 


สภาพแวดล้อมทางกายภาพ
   สภาพภูมิสัณฐานในจังหวัดนครศรีธรรมราชในภาพรวมประกอบด้วยพื้นที่ 3 แบบ คือ
        พื้นที่สูง คือบริเวณเทือกเขาหลวงซึ่งวางตัวตามแนวแกนทิศ เหนือ-ใต้ ตั้งอยู่ค่อนไปกลาง คาบสมุทรภาคใต้
(ทางทิศตะวันตกของจังหวัด) เป็นเทือกเขาหินปูนที่ต่อเนื่องมาจากแนวเทือกเขา ทางภาคเหนือ
       พื้นที่ราบใกล้ภูเขา/ที่ราบตะกอนแม่น้ำ ตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่เขาหลวงและพื้นที่สันทราย ติดทะเล
       พื้นที่ราบตะกอนทราย/สันทราย/ที่ราบชายฝั่ง/ชายหาดริมอ่าวไทย ครอบคลุม อาณาเขตพื้นที่ชายฝั่ง
ทะเล ตลอดแนวของจังหวัดนครศรีธรรมราชสำหรับพื้นที่ของแหล่ง โบราณคดีตั้งอยู่ในพื้นที่ราบระหว่าง พื้นที่
เขาหลวงและพื้นที่สันทรายติดทะเลเป็นพื้นที่ที่เกิดจากการ ทับถมของตะกอนแม่น้ำสมัยไพลสโตซีนและทับถม
ด้วยตะกอนทะเลในสมัยโฮโลซีนอีกทีหนึ่ง มีอายุระหว่าง 10,000-6,800 ปีมาแล้ว

สภาพแวดล้อมทางชีวภาพ
       ป่าไม้ จากการศึกษาสภาพพื้นที่ในเขต อ.ท่าศาลา จะเห็นลักษณะของป่าพรุซึ่งเกิดใน 2 ช่วง คือ พื้นที่ติดชาย
ฝั่งทะเล เนื่องจากเกิดสันทรายเล็ก ๆ ขึ้นทำให้เกิดการท่วมขังของน้ำเกิดเป็น สังคมพืชของป่าพรุน้ำจืด ขึ้นใน
พื้นที่ใกล้ชายฝั่ง และลึกเข้าไปในแผ่นดินโดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ก็จะสามารถพบเห็น
ลักษณะของสังคมพืชแบบป่าพรุได้ในหลายพื้นที่ แต่ปัจจุบันพื้นที่หลายแห่งถูกรบกวนไปมากจนไม่เห็นสภาพเดิม
แหล่งโบราณสถานตุมปัง ยังมีพื้นที่หลายแห่งที่แสดงให้เห็นถึงสังคมพืชในป่าพรุ จากการสำรวจ เบื้องต้นเกี่ยวกับ
พรรณพืช ในแหล่งโบราณคดี ประกอบด้วยพืชหลากหลายชนิด ทั้งพืชยืนต้นที่มีเรือนยอดสูง และพืชล้มลุก ทั้งนี้ได
้ มีลักษณะผสมของสังคมพืช ทั้งนี้อาจเป็นเพราะพื้นที่แหล่งเคยมีการถูกรบกวน โดยมนุษย์ ซึ่งเข้ามาแผ้วทางป่า
เพื่อทำเป็นสวนยางพาราและตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยมาก่อน ทำให้พบได้ทั้งพืช ดั้งเดิมที่เป็นพืชในสังคมป่าพรุและ
พืช ที่อยู่นอกสังคมป่าพรุ บริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะพบพืชที่มีลักษณะของการเกิดในสภาพพื้นที่พรุ
คือพืชในลักษณะที่มีรากลอย (หรือรากหายใจ) โดยจะเห็นพืชชนิดนี้ได้ชัดเจน และพบพรรณไม้หลายชนิด
ที่มักจะพบในสังคมพืชป่าพรุ เช่น หว้าน้ำ กะพ้อ และ เสม็ดขาว เป็นต้น


          สัตว์ป่า เนื่องจากก่อนการเข้ามาดำเนินการพื้นที่นี้ได้ถูกกันไว้เป็นพื้นที่สงวนของทาง มหาวิทยาลัย
ทำให้สภาพป่ามีความรกทึบและเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์อยู่มากกว่าบริเวณโดยรอบ ทำให้พบสัตว์ป่าหลายชนิด
โดยมากเป็นสัตว์เลื้อยคลานจำพวกงู กิ้งก่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ขนาดเล็ก เช่น กระรอก กระจง และหนู เป็นต้น
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกจำพวกกบ เขียด ส่วนสัตว์ปีกที่พบเป็นนกที่มีหลายชนิดมีทั้งนกกินปลาที่เข้ามาหาอาหาร
ในบริเวณใกล้เคียงซึ่งมี ทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำของมหาวิทยาลัย และนกที่พบเห็นได้ตามพื้นถิ่น
ทั่วไป

สภาพโดยทั่วไปของโบราณสถาน
         โบราณสถานก่อนการขุดแต่ง ประกอบด้วยเนินโบราณสถานจำนวน 3 เนิน แต่ละเนิน มีคันดินล้อมรอบ
มีการใช้คันดินร่วมกัน ดังนั้นรูปร่างของโบราณสถานทั้งหมด จึงตั้งอยู่ในคันดินใหญ่ซึ่งเป็นรูปสี่หลี่ยมผืนผ้า
มุมมน โบราณสถานวางตัวเกือบจะตามแนวแกนทิศ เหนือ-ใต้, ตะวันออก-ตะวันตก ภาพก่อนการขุดแต่งตัว
โบราณสถาน และบริเวณโดยรอบ ปกคลุมด้วย พรรณไม้หนาแน่น ทั้งไม้ยืนต้น และไม้ล้มลุกเป็นป่ารกทึบ
แสงสว่าง ส่องถึงน้อย ภายในคันดินประกอบด้วย


         เนินโบราณสถานหมายเลข 1    เป็นเนินดินรูปร่างกลมขนาดใหญ่แต่ความสูงไม่มากนัก ขนาด 00x00x00
เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ สภาพของเนินเหลือน้อยเต็มทีมีเพียง ร่องรอย ของกำแพงทางทิศตะวันตก
เล็กน้อยและพบแนวอิฐใต้ต้นยางใหญ่ด้านตะวันออก เรียงเป็น รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเมื่อสอบถามจากชาวบ้านทราบว่า
เกิดจากการเรียงโดยชาวบ้าน ในสมัยหลังเพื่อ เป็นฐานประดิษฐานชิ้นส่วนเทวรูปซึ่งแต่แรกเชื่อว่า เป็นส่วน
ท่อนล่าง ของพระนารายณ์ (ปัจจุบันเก็บ รักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช) คันดินล้อมรอบ
โบราณสถาน มีขนาด 20x20 เมตร กว้างประมาณ 1 เมตร คันดินทางทิศเหนือใช้ร่วมกับโบราณสถานหมายเลข 2

 

           เนินโบราณสถานหมายเลข 2    มีรูปร่างเป็นเนินดินรูปวงกลมขนาดใหญ่ ค่อนข้างสูง ขนาด 00x00x00
เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ สภาพของเนินมีร่องรอยหลุม ลักลอบขุด ขนาดใหญ่บริเวณกลางเนิน
ทางทิศตะวันออกของเนินพบกองอิฐจำนวนมากกองอยู่ ในลักษณะ ไม่เป็นระเบียบอาจเกิดจากอิฐในหลุมลักลอบ
ขุดภายในเนินโบราณสถานที่ถูกขุดนำมากองไว้ด้านนอก บนยอดมีต้นไม้และจอมปลวกขึ้นปกคลุม คันดินล้อม
รอบ มีขนาด 20x20 เมตร กว้างประมาณ 1 เมตร คันดินทางทิศใต้ใช้ร่วมกับโบราณสถานหมายเลข 1 (คันดิน
ทาง ทิศใต้ของโบราณสถาน หมายเลข 2 คือ คันดินทิศเหนือของโบราณสถานหมายเลข 2)

        

 
        โบราณสถานหมายเลข 3  มีรูปร่างกลม ขนาด 00x00x00 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือ
เป็นส่วนที่มีเนื้อที่เขตโบราณสถานมากที่สุด ในจำนวน 3 เนิน สภาพของเนิน ค่อนข้างสมบูรณ์กว่าทุก ๆ เนิน
เช่นกัน ลักษณะเป็นเนินดินทรงกลมยอดตัด ไม่มีร่องรอยของ การรบกวนจากมนุษย์ ด้านบนมีต้นไม่ใหญ่ขึ้น
ปกคลุม 3 ต้น และจอมปลวกขนาดเล็ก คันดิน ล้อมรอบมีขนาด 24x40 เมตร กว้างประมาณ 1.5 - 2 เมตร
คันดินทางทิศตะวันตกใช้ร่วมกับ โบราณสถานหมายเลข 1 และ 2 (คันดินทางทิศตะวันตกของโบราณสถาน
หมายเลข 3 คือ คันดินทิศตะวันออกของโบราณสถานหมายเลข 1 และ 2 และเป็นคันดินกลางภายใน เขต
กำแพง ทั้งหมด)
 
        
           สระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า     ขนาด 00x00 จำนวน 2 สระ ลึกประมาณ 00 เมตร อยู่ทางทิศตะวันออก
นอกคันดิน ของโบราณสถาน วางตัวตามแนวตะวันออก-ตะวันตก มีคันดินกั้น กลางระหว่างสระน้ำทั้ง 2 สระ
ลักษณะเป็นสระดิน ตำแหน่งของสระอยู่ในแนวเดียวกับ โบราณสถาน หมายเลข 1 สระน้ำทางทิศเหนือ ที่ระยะ
ประมาณ 36 เมตร มีร่องรอยการขุดตัดบริเวณกลางสระ พระภิกษุชื่อ พ่อท่านจิต จากวัดพระอาสน์ อายุ ประมาณ
60-65 พรรษา ซึ่งเดินทางมาเยี่ยม การขุดแต่ง ได้บอกว่าท่านได้ให้เครื่องจักรเข้ามาขุดไว้เองเมื่อประมาณ
30 ปีก่อน เพื่อที่จะทำเป็นบ่อน้ำสำหรับสัตว์ป่าในยามหน้าแล้ง
 
 
 
: หน้าแรก : ประวัติ : เรื่องเล่า : แผนผัง : การสำรวจขุดค้น : สภาพทางภูมิศาสตร์ :
: โบราณวัตถุ : ภาพกิจกรรม : การเดินทาง :
เพื่อความเหมาะสมในการรับชม ควรปรับความละเอียดของจอภาพเป็น 800X600  
ขนาดอักษร : ขนาดกลาง   Internet Explorer เวอร์ชั่น 4.0 ขึ้นไป

โครงการอาศรมวัฒนธรรม  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช   80160
โทร. 0-7567-2606-7
e-mailaddress : toompung@hotmail.com

Copyright 2004 Walailak University All rights reserved. Designed by rattana_tom@hotmail.com